ยินดีต้อนรับ

ยินดีต้อนรับสู่ ศูนย์กลางให้ความรู้ด้านโรคกระดูกสันหลังและโรคทางด้านสมอง

 

ภาวะน้ำคั่งในสมอง (Hydrocephalus)

สมองของคนเรา  มีองค์ประกอบหลักอยู่  3  ส่วน  คือ  เนื้อสมอง,  เลือดที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดของสมอง  และน้ำ  (CSF)  ที่อยู่ในส่วนลึกของสมองที่เรียกว่า  “โพรงน้ำในสมอง”  (Ventricles)  ซึ่งจะมีเซลล์คอยสร้างน้ำออกมา  ที่เรียกว่า  “Cerebro  Spinal  Fluid”  (CSF)  จะไหลไปตามทางเดินของมัน  เพื่อไปที่ไขสันหลังส่วนหนึ่ง  อีกส่วนหนึ่งจะไปตามผิวของสมองและถูกดูดซึมกลับไป  ปริมาณน้ำที่ไหลเวียนในสมองจะคงที่เนื่องจากความสมดุลของการสร้างและดูดซึมกลับของน้ำ
น้ำในสมอง  (CSF)  มีประโยชน์อย่างไร

              1.  ช่วยป้องกันและซึมซับแรงกระแทก  ที่จะมากระทบต่อเนื้อสมอง

              2.  ช่วยพยุงน้ำหนักของสมอง  โดยลดแรงกดที่ฐานสมอง  (ซึ่งปกติสมองจะมีน้ำหนักประมาณ  1,400  กรัม 
                   ให้
เหลือประมาณ  50  กรัม)
             3.   เป็นทางลำเลียงของเสียออกจากสมอง
             4.   เป็นทางลำเลียงของฮอร์โมน  ที่ผลิตออกมาไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย
 

เทคโนโลยีกับการผ่าตัดสมอง

โลกของเราในปัจจุบันนี้  เทคโนโลยีต่างๆได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว  การเลือกที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์น่าจะเป็นสิ่งที่ดี  โดยเฉพาะในทางด้านการแพทย์  เทคโนโลยีที่นำมาใช้จะมีส่วนช่วยเหลือชีวิตของมนุษย์เราให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวได้
ในอดีต  การเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง  อุปกรณ์ที่จะช่วยนำทางก็คือ  เข็มทิศ  นอกจากนั้นยังจะต้องอาศัยความชำนาญของผู้นำทาง  ซึ่งจะต้องมีจุดสังเกตหลายๆจุดเป็นจุดอ้างอิง  เพื่อนำไปสู่จุดหมายปลายทางได้
แต่ในปัจจุบันนี้  เรามีดาวเทียมหลายๆดวงโคจรอยู่รอบโลก  ซึ่งประโยชน์อย่างหนึ่งของมันทำให้เราสามารถสร้างแผนที่อย่างละเอียดของโลกโดยอาศัยจากภาพถ่ายทางดาวเทียมเหล่านี้  และถ้าเราใช้อุปกรณ์ส่งสัญญาณจากจุดหนึ่งจุดใดบนโลก  เราจะสามารถรับสัญญาณนี้โดยการติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณนี้บนดาวเทียมที่โคจรอยู่นอกโลก  จากนั้นก็ใช้คอมพิวเตอร์นำข้อมูลที่ได้มาประมวลผล  ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ  การแสดงตำแหน่ง  หรือแหล่งที่มาของสัญญาณให้เห็นบนแผนที่  ซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างสูง  เทคโนโลยีนี้ก็คือ  “Global  Position  System  (GPS)”
 

เนื้องอกสมองในเด็ก (Brain tumor in childhood)

เนื้องอกสมองในเด็กเป็นเนื้องอกอีกชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในเด็ก  อาจพบได้ตั้งแต่ขวบแรก  แต่ส่วนมากจะพบบ่อยในเด็กอายุน้อยกว่า  7  ขวบ  สถิติในประเทศไทยยังไม่มีการรวบรวมแน่ชัด  แต่สถิติในประเทศอเมริกาในปีหนึ่ง  จะมีเด็กป่วยใหม่ด้วยเรื่องเนื้องอกในสมองปีละ  2200  ราย  จะพบบ่อยในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง

สาเหตุ
ในปัจจุบันมีการศึกษาอย่างมากมาย  พบว่าอาจจะมีสาเหตุได้หลายอย่าง  เช่น  การเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างสารพันธุกรรมบางชนิดอาจจะถ่ายทอดทางพันธุกรรม  หรือเป็นผลจากสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป  ในปัจจุบันนี้ยังไม่ได้ผลแน่ชัดแต่ก็มีความก้าวหน้าไปมาก  ซึ่งการศึกษาต่อๆไปจะทำให้การรักษาเนื้องอกสมองในอนาคตได้ผลมากยิ่งขึ้น

อาการ
ตำแหน่งต่างกันของเนื้องอกในสมองก็จะให้อาการแตกต่างกันไป  เช่น  ถ้าเกิดในตำแหน่งที่ควบคุมการทรงตัว  เด็กก็จะมีอาการเดินเซ  หกล้มบ่อย  ในรายอื่นๆอาจจะมีอาการแขน-ขาอ่อนแรง  หรือชาครึ่งซีก,  อาการตาเข,  ตากระตุก,  ปากเบี้ยว  หรืออาการชักเกร็ง  หรือกระตุก  อาการจะเป็นมากถ้าก้อนเนื้องอกโตมาก  หรือโตเร็ว  ซึ่งเป็นเพราะความดันในสมองสูง  ในเด็กเล็กจะต้องอาศัยการสังเกต  เนื่องจากเด็กไม่สามารถจะบอกเล่าอาการได้  เช่น  อาการเซื่องซึม  ไม่ดูดนม  หรือมีอาเจียนพุ่ง  ถ้าเป็นเด็กโตอาจจะบอกได้ว่าปวดศีรษะ  นอกจากนั้นภาวะความดันในสมองสูงยังส่งผลกระทบต่อประสาทตา  ถ้าเป็นนานจะทำให้การมองเห็นเสียไป  นอกจากนั้นความดันในสมองที่สูงจะทำให้ผู้ป่วยหมดสติ  หรือโคม่าในที่สุด  จากการซักถามและตรวจร่างกาย  แพทย์อาจวินิจฉัยโรคได้  แต่อย่างไรก็ตามต้องอาศัยการตรวจยืนยันจากการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง  (CT  Scan)  หรือการตรวจโดยพลังงานสนามแม่เหล็ก  (MRI)  ซึ่งจะปรากฏให้เห็นภาพของเนื้องอก  รวมทั้งรายละเอียดของขนาดและตำแหน่ง
 

เนื้องอกในสมอง (Brain tumor)

ในปัจจุบันการตรวจโดยใช้เครื่อง  CT  Scan,  MRI  (รูปภาพที่ 1) จะทำให้เห็นความผิดปกติ  หรือก้อนที่มีขนาดเล็กในสมองได้ ความผิดปกติเหล่านั้น  อาจจะเป็นเนื้องอก,  ก้อนเลือด,  ฝีหนองที่เกิดจากการติดเชื้อโรค,  ซีสต์ต่างๆ  หรือความผิดปกติของเส้นเลือด

รูปภาพที่ 1 ภาพแสดงเครื่อง “CT Scan”  และ  “MRI” 
 

เนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง (Pituitary tumor)

ถ้าเอ่ยถึงเนื้องอกในสมอง  คงเป็นเรื่องที่หลายๆท่านพอทราบ  หรือพอได้ยินมากันอยู่บ้าง  แต่ถ้าเอ่ยถึงเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง  หลายๆท่านคงเริ่มจะมีคำถามมากมาย  เช่น  ต่อมใต้สมองอยู่ที่ส่วนไหนของสมอง  มีหน้าที่อย่างไร?  และเป็นเนื้องอกได้ด้วยหรือ?  ถ้าเป็นแล้วจะมีอาการอย่างไร?  โดยปกติต่อมใต้สมองมีหน้าที่เกี่ยวกับการสร้างสาร  หรือฮอร์โมนหลายๆอย่าง  เพื่อควบคุมการทำงานของร่างกายอย่างสมดุล  ฮอร์โมนเหล่านี้ได้แก่  ฮอร์โมนโปรแลคติน  (Prolactin,  เกี่ยวกับการสร้างน้ำนม),  ไทรอยด์,  ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต  และฮอร์โมนเพศ,  ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโต  (Growth  Hormone)  ฯลฯ           เมื่อเกิดเนื้องอกต่อมใต้สมอง  อาการที่เป็นก็มักจะเกี่ยวกับความผิดปกติของการสร้างฮอร์โมนชนิดนั้นๆ  เช่น
ถ้ามีการสร้างฮอร์โมนโปรแลคติน  (Prolactin)  มากเกินไป
            - ในผู้หญิง  จะมีผลทำให้ประจำเดือนขาด  และมีน้ำนมไหล  ทั้งๆที่ไม่ได้ตั้งครรภ์
            - ในผู้ชาย  จะมีผลทำให้ขาดแรงกระตุ้นความต้องการทางเพศ
 

อาการสมองเสื่อมในผู้สูงอายุจากภาวะน้ำคั่งในสมอง (Normal Pressure Hydrocephalus)

สมองของคนเรา  มีองค์ประกอบหลักอยู่  3 ส่วน  คือ  เนื้อสมอง,  เลือดที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดของสมอง  และน้ำ  (CSF)  ที่อยู่ในส่วนลึกของสมองที่เรียกว่า “โพรงน้ำในสมอง” (Ventricles) ซึ่งจะมีเซลล์คอยสร้างน้ำออกมา ที่เรียกว่า “Cerebro Spinal Fluid” (CSF)
น้ำในสมอง  (CSF)  มีประโยชน์อย่างไร
1. ช่วยป้องกันและซึมซับแรงกระแทก  ที่จะมากระทบต่อเนื้อสมอง
2. ช่วยพยุงน้ำหนักของสมอง  โดยลดแรงกดที่ฐานสมอง  (ซึ่งปกติสมองจะมีน้ำหนักประมาณ  1,400  กรัม  ให้
    เหลือประมาณ  50  กรัม)
3. เป็นทางลำเลียงของเสียออกจากสมอง
4. เป็นทางลำเลียงของฮอร์โมน  ที่ผลิตออกมาไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย
          ในวันหนึ่งๆ  ร่างกายจะสร้างน้ำ  CSF  อยู่ตลอดทุกๆ  วินาที  โดยเฉลี่ย  0.36  ซีซีต่อนาที  หรือประมาณ  420-500  ซีซีต่อวัน เมื่อสร้างออกมาแล้ว  น้ำ  CSF  จะไหลไปตามทางเดินของมัน  เช่น  ไปที่ไขสันหลัง  และไปที่ผิวของสมอง  จากนั้นจะมีการดูดกลับไปโดยเซลล์ที่อยู่บริเวณรอบๆ  เส้นเลือดดำใหญ่ที่อยู่กลางผิวสมอง  โดยสมองจะรักษาระดับปริมาณของน้ำ  CSF  ให้คงที่  คือ  ประมาณ  125-150  ซีซี  ไว้
ภาวะน้ำคั่งในสมองที่เกิดในผู้สูงอายุ สาเหตุหลัก  เกิดจากความสามารถในการการดูดกลับของน้ำ  CSF เสียไป  จึงทำให้ในสมองค่อยๆมีน้ำคั่งขึ้น  (รูปภาพที่  1) ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการความจำเลอะเลือน  นอกจากนั้นยังมีอาการอื่นๆอีก  เช่น  การกลั้นปัสสาวะไม่ได้  หรือปัสสาวะโดยไม่รู้ตัว  เดินลำบาก  การก้าวขาจะมีอาการเกร็งๆ  จนไม่สามารถเดินได้ในที่สุด  ในรายที่มีอาการมากๆ  ผู้ป่วยจะไม่สามารถทำกิจวัตรประจำต่างๆได้  แม้กระทั่งการรับประทานอาหาร


รูปภาพที่  1 ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ของภาวะน้ำคั่งในสมอง
 

ภาวะน้ำคั่งในสมอง (Hydrocephalus)

สมองของคนเรา  มีองค์ประกอบหลักอยู่  3  ส่วน  คือ  เนื้อสมอง,  เลือดที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดของสมอง  และน้ำ  (CSF)  ที่อยู่ในส่วนลึกของสมองที่เรียกว่า  “โพรงน้ำในสมอง”  (Ventricles)  ซึ่งจะมีเซลล์คอยสร้างน้ำออกมา  ที่เรียกว่า  “Cerebro  Spinal  Fluid”  (CSF)  จะไหลไปตามทางเดินของมัน  เพื่อไปที่ไขสันหลังส่วนหนึ่ง  อีกส่วนหนึ่งจะไปตามผิวของสมองและถูกดูดซึมกลับไป  ปริมาณน้ำที่ไหลเวียนในสมองจะคงที่เนื่องจากความสมดุลของการสร้างและดูดซึมกลับของน้ำ
น้ำในสมอง  (CSF)  มีประโยชน์อย่างไร

  1. ช่วยป้องกันและซึมซับแรงกระแทก  ที่จะมากระทบต่อเนื้อสมอง
  2. ช่วยพยุงน้ำหนักของสมอง  โดยลดแรงกดที่ฐานสมอง  (ซึ่งปกติสมองจะมีน้ำหนักประมาณ  1,400  กรัม  ให้

เหลือประมาณ  50  กรัม)
 

เนื้องอกสมองและการผ่าตัดแบบส่งผลกระทบน้อยต่อสมอง

สมอง  เป็นอวัยวะหนึ่งที่สำคัญของร่างกาย  การควบคุมการเคลื่อนไหวต่างๆ, การรับรู้ความรู้สึกของร่างกาย  ความทรงจำ,  ความคิดต่างๆที่ซับซ้อน,  การพูด หรือ  ความเข้าใจในภาษา ล้วนแต่ควบคุมมาจากสมองทั้งสิ้น 
เมื่อมีความผิดปกติในสมองเกิดขึ้น  ก็จะทำให้เกิดอาการทางสมองออกมา  ได้แก่  เป็นอัมพาตหรือชาครึ่งซีก,  มีความผิดปกติของการพูด,  การใช้ภาษา,  ความทรงจำ  หรือการมองเห็น  อาการเหล่านี้จะเป็นมากขึ้นเมื่อความผิดปกติลุกลามไป  จนกระทั่งหมดสติและเสียชีวิตไปในที่สุด  เนื่องจากสมองถูกห่อหุ้มด้วยกะโหลกศีรษะ  จึงไม่สามารถมองเห็นหรือคลำพบได้  แต่ด้วยความก้าวหน้าในปัจจุบันนี้  ความผิดปกติในสมองแม้ว่าจะมีขนาดเล็กๆ  ก็สามารถตรวจพบได้  โดยเครื่องมือที่เรียกว่า  “CT scan”  หรือ “MRI”  (รูปภาพที่ 1) ทำให้สามารถตรวจพบตั้งแต่โรคยังไม่ลุกลามไปมาก  หรือมีขนาดเล็กๆ  ทำให้เริ่มการรักษาได้เร็วขึ้นซึ่งหมายถึงผลการรักษาที่ดีกว่า

 

การผ่าตัดสมองจำเป็นต้องโกนผมหรือไม่

ผม  เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย  นอกจากมีไว้เพื่อปกคลุมหนังศีรษะแล้วดูเหมือนว่าจะมีความสำคัญทางด้านจิตใจในแง่ของความสวยความงามมากกว่าความสำคัญด้านอื่นๆ  คนที่มีผมน้อยบางครั้งก็ทุกข์ใจ  จำเป็นต้องหาวิกผมมาใส่  หรือใช้กรรมวิธีอื่นๆ  เช่น  การถักผม  หรือบางครั้งอาจจะทำศัลยกรรมตกแต่ง  เพื่อปลูกเส้นผมก็มี  ส่วนคนที่มีผมปกติอยู่แล้วก็เฝ้าบำรุงรักษาให้ผมมีสุขภาพดีสวยเงางามเป็นหน้าเป็นตาให้เจ้าของมีความสุข  การตัดหรือโกนผมออกไปโดยสาเหตุใดก็ตามที่ไม่ได้เกิดจากความต้องการของเจ้าของ  ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา  ถ้าท่านเห็นใครสักคนโกนผม  ทุกท่านก็จะคาดเดาไปต่างๆนานาถึงสาเหตุที่ต้องโกนผม  แต่สาเหตุอย่างหนึ่งที่ท่านทั้งหลายคงทราบกันดีก็คือ  การผ่าตัดที่ศีรษะ  หรือผ่าตัดสมอง
 

AddThis

User login

Who's online

There are currently 0 users and 2 guests online.